
หลังประสบความสำเร็จในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เป็นผู้นำแบรนด์ไทยอันดับหนึ่งในตลาดมาอย่างยาวนาน บมจ. ที.แมน ฟาร์มาซูติคอล หรือ TMAN ได้ประกาศยุทธศาสตร์สำคัญ ปักหมุดหมายใหม่ “ก้าวสู่ Global Brand”
เดินหน้าขยายตลาดเวชภัณฑ์ยาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพสู่ระดับสากล ผ่านการนำนวัตกรรมผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติที่มีคุณภาพขยายตลาดในต่างประเทศ โดยมีโปรดักส์แชมเปี้ยนภายใต้แบรนด์ “โพรโพลิซ” (Propoliz Series) เป็นหัวหอก
คุณ เบญจวรรณ ฐานะโชติพันธ์ ผู้บริหารระดับสูง กำกับสายงานการขายและการตลาดต่างประเทศ ของ TMAN แบบ Exclusive เจาะลึกถึงแผนการขับเคลื่อนแบรนด์สินค้าไทยให้สยายปีกในระดับสากล ส่งต่อผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติให้เข้าถึงผู้บริโภคทั่วโลกพรโพลิซ” พาแบรนด์ไทยสู่ Global Brand
ยุทธศาสตร์เชิงรุก รับทิศทางบวกของตลาด
คุณเบญจวรรณ กล่าวถึงยุทธศาสตร์ใหม่ของ TMAN กับการขับเคลื่อนผลิตภัณฑ์โพรโพลิซสู่ระดับสากล พร้อมวิเคราะห์ภาพรวมของตลาดไว้ว่า
“เราวางยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนธุรกิจสู่ Global Brand โดยกำหนดแผนธุรกิจ 2 ปี (2568-2569) ผ่านการนำผลิตภัณฑ์ไฮไลท์ภายใต้แบรนด์ ‘โพรโพลิซ’ (Propoliz) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มาจากธรรมชาติด้วยสารสกัดโพรโพลิส ก้าวสู่ Regional Brand ในเอเชียก่อน โดยเร่งสร้างแบรนด์ในจีนและฮ่องกง ก่อนขยายสู่ทั่วโลก
ซึ่งดูจากข้อมูลในตลาดจะเห็นว่ามีทิศทางที่ดี เพราะโอกาสตลาดผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติทั่วโลกมีแนวโน้มเติบโตอย่างรวดเร็ว คาดว่าจะมีมูลค่ากว่า 2.7 ล้านล้านบาทภายในปี 2573 ขณะที่ตลาดผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติที่มีสารสกัดจากโพรโพลิซ คาดว่าจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเป็น 52,123.61 ล้านบาท ในปี 2574 เติบโตเฉลี่ย 6.31% (CAGR) ต่อปี จากปี 2566 มีมูลค่าเป็น 31,908 ล้านบาท (ข้อมูล: สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ ส.อ.ท.) เราจึงวางเป้าหมายภายใน 5 ปี เพิ่มสัดส่วนรายได้ต่างประเทศเป็น 10% ของรายได้รวม”

เทรนด์สุขภาพ x ความต้องการ Natural Product ปัจจัยหลักที่ช่วยให้เติบโต
สำหรับทิศทางบวกของตลาดนั้น คุณเบญจวรรณมองเป็นเรื่องของเทรนด์สุขภาพที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนความต้องการผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติมากขึ้น รวมไปถึงความแข็งแกร่งของ “Product of Thailand” ซึ่งในสายตาของผู้บริโภคนานาประเทศถือเป็นสินค้าที่ได้รับความเชื่อมั่นในประสิทธิภาพและคุณภาพการผลิต จุดนี้เองจะเป็นจุดแข็งให้กับโพรโพลิซได้อีกทางหนึ่ง
“เรามองว่าที่ผ่านมาเราประสบความสำเร็จในหมุดหมายแรกคือเป็นผู้นำภายในประเทศได้แล้ว เราจึงมี Passion ที่อยากจะนำผลิตภัณฑ์ดี ๆ ของประเทศไทย ภายใต้แบรนด์ของคนไทยสู่ต่างประเทศ แล้วเรามองเห็นโอกาสมากมาย ทั้งเทรนด์สินค้าสุขภาพที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนเทรนด์พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปที่มองหา Natural Product หรือสินค้าจากธรรมชาติมากขึ้น โดยเฉพาะความต้องการ Natural Product ที่มีประสิทธิภาพ ไม่ใช่แค่เป็นยาเคมีเข้าร่างกาย
ในตลาดของยาแก้เจ็บคอเองนั้น เทรนด์หลังจากสถานการณ์โควิด-19 พฤติกรรมของผู้บริโภคเริ่มเปลี่ยนไป แต่ก่อนเขาจะใช้เป็นยาน้ำหรือเม็ดอมเพื่อบรรเทาอาการเจ็บคอ แต่ในช่วง 3-4 ปีมานี้ทั้งในไทยและต่างประเทศค่อนข้างยอมรับกับผลิตภัณฑ์สเปรย์แก้เจ็บคอมากขึ้น
ซึ่ง TMAN เรามุ่งมั่นพัฒนา ‘นวัตกรรมสุขภาพ’ เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่พร้อมตอบโจทย์เทรนด์ของผู้บริโภคอยู่แล้ว เมื่อเทรนด์มาเข้าทางเรา และเราได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ได้เหมาะสม และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีในทุก ๆ ช่องทาง เมื่อยอดขายเราเพิ่มขึ้นและสินค้าเราเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ทำให้สร้างความมั่นใจกับคู่ค้า และเชื่อถือในผลิตภัณฑ์ และนำไปสู่การกระจายสินค้าในตลาดใหม่ ๆ ได้เป็นอย่างดี
รวมไปถึงเรื่องของ ‘Product of Thailand’ ที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้าและผู้บริโภค เพราะคนต่างชาติมีมุมมองที่ดีต่อสินค้าไทย ด้วยคุณภาพ มาตรฐาน และราคาที่ไม่ได้สูง ตลอดจนภาพลักษณ์ต่าง ๆ ในเชิงบวกค่อนข้างดี ทำให้มีกระแสตอบรับดีมาก ๆ
เพิ่มช่องทางการจำหน่าย x สร้างการรับรู้แบรนด์ทุกมิติ
“โพรโพลิซ” (Propoliz) ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติที่มีสารสกัดโพรโพลิซ ซึ่งปัจจุบันมีทั้งในรูปแบบสเปรย์ (Propoliz Mouth Spray) เม็ดอม และยาสีฟัน เติบโตได้เป็นอย่างดีในตลาดเอเชีย ทั้งใน จีน ฮ่องกง มาเลเซีย พม่า ลาว กัมพูชา และฟิลิปปินส์
ซึ่งจากแผนธุรกิจ 2 ปี (2568-2569) นั้น TMAN จะเดินเกมนำโพรโพลิซรุกตลาดต่างประเทศ โดยมีไฮไลท์อยู่ที่ “Propoliz Mouth Spray” ขยายตลาดอีก 5 ประเทศภายในปี 2569 ได้แก่ เกาหลีใต้ ไต้หวัน เวียดนาม อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ซึ่งมีการเติบโตสูงในกลุ่มผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติและสุขภาพ จากปัจจุบันจัดจำหน่ายใน 7 ประเทศ โดยในปี 2568 จะเน้นมุ่งสร้างการรับรู้แบรนด์อย่างเข้มข้นในฮ่องกง มาเลเซีย จีน และเพิ่มช่องทางการจำหน่ายทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ รวมถึงเตรียมความพร้อมขยายตลาดในเกาหลีใต้
คุณเบญจวรรณ กล่าวเสริม ล่าสุดไปออกงาน Exhibition ที่ดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ก็ได้รับการตอบรับอย่างดีมาก มีบริษัทมาเสนอ Contact มากกว่า 100 ราย ซึ่งตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการคัดเลือกให้เหมาะสมต่อไป

ระหว่างการทำตลาดในประเทศกับต่างประเทศ ตลาดไหนมีความท้าทายมากกว่ากัน
คุณเบญจวรรณ ตอบได้อย่างน่าสนใจว่า
“ทั้งสองตลาดมีความท้าทายที่แตกต่างไป อย่างไรก็ดี ในตลาดต่างประเทศจะมีความท้าทายใน 3 ประเด็นหลัก ๆ ได้แก่
1. Regulation ระเบียบข้อบังคับต่าง ๆ ในการขึ้นทะเบียน หรือการส่งเอกสาร เพราะนี่ไม่ใช่อาหารแต่เป็นยา ตลอดจน Regulation ของแต่ละประเทศจะต่างกันไปอีก ไทย เกาหลีใต้ จีน หรือประเทศอื่น ๆ ก็คนละแบบกัน
2. Partner การหาคู่ค้าค่อนข้างยาก จากตัวเลือกมากมายเราจะเลือกอย่างไรให้เหมาะสมกับแบรนด์และทิศทางของเรา จุดนี้มีรายละเอียดปลีกย่อยหลายส่วนมาก ๆ ไม่ต่างจากการแต่งงานหรือฝากลูกให้เขาเลี้ยง
3. Marketing เรื่องการทำตลาดต้อง Dynamic ตลอดเวลา เพราะแต่ละประเทศจะต้องใช้กลยุทธ์ที่แตกต่างกัน เช่น จีน เน้นขายออนไลน์เป็นหลัก แต่ในขณะเดียวกัน ฮ่องกง ยังเป็น Traditional Trade เหมือนเดิม เป็นต้น”
คุณเบญจวรรณได้เสริมถึงกลยุทธ์การตลาดในการเจาะแต่ละพื้นที่ในเชิงลึกว่า
“สิ่งสำคัญมาก ๆ คือ เราต้องปรับตัวให้เข้ากับแต่ละพื้นที่ กลยุทธ์ที่เราบุกตลาดต่างประเทศ อันดับแรกคือ ต้องหา Partner ที่ใช่ ‘The Right Partner is a Key’ แล้วเราต้องเลือกอย่างไร หลัก ๆ คือ 3P ได้แก่
1. People ต้องมีทีมงานขายที่ดี ทีมการตลาดที่ดี
2. Passion ถ้าเขาไม่มีความรู้ความสามารถ ไม่เข้าใจ ไม่เชื่อในผลิตภัณฑ์ของเรา ก็อาจจะเป็นไปได้ยาก
3. Potential เราไม่ได้เลือกเป็น Partner กับเจ้าที่ใหญ่ที่สุด แต่เราเลือกเจ้าที่พร้อมที่จะเติบโตไปกับเรา ทั้ง 3 แกนนี้สำคัญมาก ๆ
อันดับต่อมาหลังจากเลือก Partner เราค่อยมาลง Strategy ทั้งเรื่องของ Sales Strategy และ Marketing Strategy เราจะต้องลงไปศึกษา Localized ในเชิงลึก ซึ่งต้อง Adapt Customize ให้แต่ละประเทศแตกต่างกัน และให้ Fit-in กับประเทศนั้น ๆ
เช่น ประเทศจีน ไม่ชอบหวาน เราก็ปรับลดแก้ที่สูตร หรือตัวผลิตภัณฑ์ในมาเลเซีย ฉลากหรือข้างกล่องก็ต้องเปลี่ยนจากภาษาญี่ปุ่นเป็นเกาหลี เพราะเขารับรู้ได้มากกว่า
ตลอดจนต้องใส่ใจเรื่องการสื่อสารต่าง ๆ การเลือก KOL หรือ KOC ที่จะ Communicate Message จากแบรนด์ให้ถึงผู้บริโภคก็เป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก ๆ นี่เป็นเพียงแต่จุดเล็ก ๆ ที่ยกตัวอย่างให้ฟังถึงความต้องการที่แตกต่างในแต่ละ Localized โดยทั้งหมดเราต้องทำการศึกษาเชิงลึก และทำการบ้านเยอะมาก”
พาแบรนด์ “โพรโพลิซ” เติบโตสู่ Global Brand
Top of Mind Brand ในทุก Local
อย่างที่กล่าวไปว่า เทรนด์ความสนใจในผลิตภัณฑ์ธรรมชาติและการดูแลสุขภาพอย่างยั่งยืน ส่งผลให้โพรโพลิซเป็นสารสกัดจากธรรมชาติที่มีการรับรู้ถึงสรรพคุณอย่างแพร่หลาย ไม่เพียงแต่ในเอเชีย แต่รวมไปถึงในทวีปยุโรป อเมริกา และออสเตรเลีย มีความต้องการในผลิตภัณฑ์เป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นทิศทางเชิงบวกให้ผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ “โพรโพลิซ” เติบโตสู่ Global Brand ได้อย่างแข็งแกร่ง
“สารสกัด โพรโพลิซ เป็น Healthcare Product ที่เป็น Universal Product อยู่แล้ว ไปประเทศไหน ๆ จะมีผลิตภัณฑ์ที่ใกล้เคียงกัน และได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคอยู่แล้ว
ดังนั้น นี่เป็นโอกาสที่ดีของเรา ในปี 2568 เราจึงเดินเกมรุกในภาพกว้างสู่หมุดหมายการเป็น ‘Global Brand’ คือเราคิดเสมอว่า ทำไมเราจะเป็นแบรนด์ที่ไปวางขายทุก ๆ ประเทศเหมือนแบรนด์จากฝั่งตะวันตกไม่ได้
เรามี Passion ที่จะไปให้ถึงจุดนั้น โดยเริ่มจาก Goal สั้น ๆ ก่อน คือเป็น Regional Brand ในเอเชียให้แข็งแกร่งขึ้นก่อน โดยขยายไปประเทศต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้นดังที่กล่าวไป และเพิ่มความแข็งแกร่งในตลาดนั้น ๆ ให้มากขึ้นสู่เจ้าตลาดอย่างเต็มตัว อยากเป็น Top of Mind Brand สำหรับทุก ๆ Local ที่เราไป ซึ่งในปีนี้จะใส่ความเข้มข้นในการทำตลาดให้มากขึ้น
การก้าวสู่ Global Brand จะดำเนินภายใต้กลยุทธ์ Localization ซึ่งจะร่วมมือกับพันธมิตรท้องถิ่นที่เป็นตัวแทนจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่มีความชำนาญในการขายสินค้าโดยเฉพาะ
รวมทั้งขยายช่องทางใหม่ ๆ ทั้งร้านขายยาและคลินิก เพื่อกระจายสินค้าให้ครอบคลุมและผู้บริโภคเข้าถึงได้ง่าย และร่วมทำการตลาดสร้างการรับรู้แบรนด์ให้เกิดความยั่งยืน พร้อมนำทีมวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ปรับสินค้าให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคแต่ละประเทศ เพื่อรุกขยายตลาดต่างประเทศต่อเนื่องอีกด้วย”
Tman #TmanPharmaceutical #ทีแมน #ทีแมนฟาร์มาซูติคอล #Propoliz #โพรโพลิซ
ขอบคุณข้อมูลข่าวสารจาก Marketeer Online